โอ้ย มาถึงแล้วล่ะ เวลาแห่งความสุขของฉัน จะได้เจอพี่ต้นแล้วนิ สุดจะปลื้มเรยนะ คนนี้เนี่ย 6.30 น ไปถึงร้านแต่งชุดพริตตี้เรียบรอ้ย เตรียมตัว ขึ้นทำงานอีก 10 นาที อะนะ วันนี้พี่ต้นมาตีกลอง มีแรงทำงานมากเรยว่าแล้วขอโทรศัพท์ พี่ป้อน (เชียร์อาหารญี่ปุ่นที่ร้าน) โทรหา (ว่าที่)สุดที่รัก ซะหน่อย กดเบอร์ที่จำขึ้นใจ โทรไป.. สักพัก เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง มีเสียงผู้หญิง กร้าวมาตามสาย ทันที "ฮัลโหล..."ความรู้สึกหยุดชะงัก แบบออโตแมติก รีบวางสายทันที รู้สึกเป็นห่วงพี่ต้นขึ้นมาเรย ก็เราลืมตัวไป ว่าพี่ต้นเค้ายังมีเจ้าของอยู่นี่นา บางขณะที่เราหลงลืมตัวไป ทำเหมือนว่าเราเป็นคนสำคํยของเขาแต่มันไม่ใช่เรย ฉันหลอกตัวเองใช่ไหมจากความรู้สึกร่าเริง จนแทบบ้า กลายเป็นอมทุกข์เหมือนญาติเสียกันเรยทีเดียว ออกมาจากห้องน้ำหน้าตาบูดบึ้ง ทำไมนะ แค่เราได้ยินเสียงผู้หญิง (ของเค้ารึป่าวไม่แน่ใจ) ทำไมเราถึงเศร้าได้ถึงเพียงนี้อาจเพราะว่าเราชอบเค้ามากงัย รักมาก ก็เจ็บมาก โบราณว่าไว้ ตั้งแต่วินาทีนั้น ทุกอย่างรอบข้างก็ไม่เป็นที่สนใจของฉันอีกต่อไป ทำงานสังกะตาย เล่าให้พี่ๆ คนสนิท ถึงเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น ทุกคนปลอบใจว่าอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดแต่เรานะเหรอคิดไกลแล้วว่า ต้องใช่ แน่อยู่แล้วเพราะวันนี้พี่ต้นอาจจะยังไม่สบายอยุ่ แล้วแฟนพี่เค้าก็คงดุแลกันอยู่แน่ๆ ถ้าเค้ามาทำงานก็คงพาแฟนมาด้วย สิ่งที่เราไม่อยากเห็นที่สุดในโลก โอ้ย ฉันน้ำตาตกในแล้วแต่ปากฉันก็บอกไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น แต่ตาก็คอยดูรถที่เข้าร้าน ตลอดเวลา มาสะดุดกับรถคันนีง สีขาว คันใหญ่ ดูคล้ายๆ รถพี่ต้น คือลักษณะรถมือกลองต้องคันใหญ่ๆ เข้าไว้ เพื่อใส่อุปกรณ์กลอง นั่นเองและเหมือนจะมีเซ้นส์ ยังไงไม่รู้ เห็นผู้ชายคนนึงลงมาจากรถ สูบบุหรี่อยู่นานมากไม่ขึ้นมาสักที แต่เราก็ไม่ได้สนใจ อะไรมาก ทำงานแบบเนือยๆ ต่อไป สักพัก พอวงที่ 2 ลง จากเวที ผู้ชายคนนั้นก็เดินขึ้นมาพอดี ความรู่สึกมันบอกว่าพี่เค้าต้องเล่นดนตรีแน่ๆ เรย ไม่รู้ว่าทำไม พี่คนนั้นตรงดิ่งไปเข้าห้องน้ำ ฉันเดินตามไปติดๆ สักพัก พี่เค้ายืนสูบบุหรี่ เอาวะ เป็นไงเป็นกัน "เอ่อ พี่มาตีกลองหรือเปล่าค่ะ" พี่เค้าอมยิ้มเลิกคิ้วด้วยความมึนงงเล็กๆ "ใช่ครับ มาแทนต้น ต้นไม่สบายมาก"เราคิดในใจ บ้านแตกหรือเปล่าวะ เฮ้อ.. ชักเป็นห่วงแล้วสิ พี่คนนั้นรีบพูดต่อทันที "น้องชื่ออะไรครับเนี่ย" ฉันตอบ "ชื่อจีจี้ค่ะ" "จี้เป็นอิสลามใช่ไหม" น่านคราวนี้กลับเป็นเราที่ต้องทำหน้างงแทน รู้ได้ยังไงนะ พี่เค้ารีบบอก "ผมเป็นพี่ต้น ก็ต้องรู้อะไรบ้างและครับ หึหึ (หัวเราะ)" เย้ย... นี่มีคนเม้าท์เรื่องฉันหรือนี่ เขินนน หรือว่า.."ก็เล่นไปนั่งคุยในรถ จนถึง ตี 4 ต้นก็ต้องป่วยนั่นแหละนะ" เอือก.นี่ฉันกำลังโดนใครเผา กันเนี่ยเขินเว้ยย เรารึบยิ้ม แหยๆ หัวเราะกลบเกลื่อนเต็มที่ "เหรอค่ะ แต่คงมีคนดูแลเค้าแล้วแหละ พี่ต้นคงไม่เป็นไรมาก" "ป่าวสักหน่อยนิ ต้นอยู่กับน้องสาวครับตอนนี้ ขนาดพี่โทรไปยังให้น้องสาวรับเรย ต้นป่วยจนไม่มีเสียงพูดแล้ว" เพล้ง..หรือแสดงว่า ที่ฉันเดินเครียดมาทั้งคืน จะเป็นเสียงของพี่ปิ๊ก น้องสาวพี่ต้น กันแน่ เร่มใจชื้นขึ้น "ค่ะ หนูไปทำงานก่อนดีกว่า" ในขณะที่กำลังจะออกสตราท์ มีหนึ่งเสียงคุ้นหูแซวมาตามทันที "แหม.. น้องจี้ที่ไปเฝ้าพี่ต้นที่ร้านเฉลียงไม่เห็นเขินเรย"พี่โย่งนี่เอง (นักร้องนำของวง) ย่ะ อำกันเข้าไปเขินจะแย่แล้ว ฉันเรยรีบเดินขึ้นมาข้างบนเพื่อทำงานต่อดีก่า ก็ตามสไตล์แหละ ถ้าพูดถึงวงนี้ วงพี่โย่ง (ร้องนำ ) ก็นึกถึงความรั่วของ นักร้อง ผู้ชายตัวสูงเกิน 180 ซม ผอม ดำ ลักษณะที่ตรงตามชื่อ โย่ง ซะเหลือเกิน(ว่าแต่เค้า ฉันเองก็ 173 ซม แล้วนะ สุงมากเรยนะฉันเนี่ย) เร่มร้องเพลง และ แซวฉันทั้งคืนเรยทีเดียว แต่ก็สนุกดี ยังดีกว่าที่เครียดๆ ไปอยุ่ไม่น่าเรย คิดมากจังฉัน แต่เอ๊ะ ตามือกลองคนใหม่นี่ใครกัน ดูมีอายุแล้วละนะ ไม่งั้นพี่โย่งคงไม่เรียกพี่ แล้วดูเกรงใจๆ ยังไงไม่รู้พอวงลงร้านเลิก เราก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที พอเปลี่ยนเสร็จกำลังเดินออกจากห้องน้ำ พี่ผู้ชายตัวแทนมือกลองคนเดิม "พรุ่งนี้เช้าโทรไปสิ" ฉันก็หันไปมองหน้า "โทรหาใครค่ะ " "ต้นไง มีคนโทรมาบอกว่าเพิ่งพาต้นไปโรงบาลแนะ" เหวอ..พี่ต้นของฉันเป็นหนักขนาดนี้เรยหรอเนี่ย แล้วเป็นไงบ้างไม่รู้ "แต่ก็ไปรับยาแล้วพากลับมาแล้วแระ " ด้วยความที่งงเรยบอกไปตามจริงว่า "จี้ไม่กล้าโทรหรอกค่ะ กลัวว่าพี่เค้าจะมีคนดูแลอยุ่ แล้ว..." ยังไม่ทันขาดคำ พี่คนนี้ดันพูดสวนขึ้นมาว่า "โทรไปเถอะมั่นใจตัวเองหน่อยสิ"อึ้ย..ค่ะ แหะๆ สุดท้ายก็ได้ความว่า ผู้ชายที่มา แทนพี่ต้น ชื่อ พี่อาร์ต (ชื่อเหมือนแฟนเก่าฉันอีก กำ) เป็นญาติของพี่ต้นนะเอง ตาย นี่เค้าก็เรียกว่าแบล็ก ดีสิ มีญาติสนับสนุนอย่างนี้ น้องจี้สู้ตายค่ะสบายใจแล้ว จี้ชอบพี่ต้นนะ หายป่วยเร็วๆ นะ คิดถึงจะแย่แล้ว
<< January >>
S
M
T
W
F
28
29
30
31
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
<< 2009>>